NOTE! This site uses cookies and similar technologies.

If you not change browser settings, you agree to it.

I understand

SDGs for All

SDGs for All is a joint media project of the global news organization International Press Syndicate (INPS) and the lay Buddhist network Soka Gakkai International (SGI). It aims to promote the Sustainable Development Goals (SDGs), which are at the heart of the 2030 Agenda for Sustainable Development, a comprehensive, far-reaching and people-centred set of universal and transformative goals and targets. It offers in-depth news and analyses of local, national, regional and global action for people, planet and prosperity. This project website is also a reference point for discussions, decisions and substantive actions related to 17 goals and 169 targets to move the world onto a sustainable and resilient path.

หน่วยงานองค์การสหประชาชาติในเอเชียเรียกร้องให้มีการปรับกระบวนทัศน์ด้านความคิดเพื่อการพัฒนา

การวิเคราะห์โดย Kalinga Seneviratne

กรุงเทพฯ (IDN) – หน่วยงานหลักขององค์การสหประชาชาติซึ่งกำกับดูแลการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เรียกร้องให้มีการปรับแนวคิดใหม่ครั้งใหญ่ต่อกระบวนทัศน์ในการพัฒนาในภูมิภาค

ใน ‘การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม’ แห่งภูมิภาคที่ได้รับการนำเสนอไปยังเซสชั่นการประชุมครั้งที่ 72 ที่นี่ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 พฤษภาคม คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) กล่าวว่าในขณะที่ศูนย์กลางของแรงโน้มถ่วงของเศรษฐกิจโลกยังคงเคลื่อนไปทางตะวันออกอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้ก็ได้เวลาแล้วที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะปรับใช้รูปแบบการพัฒนาที่พึ่งพิงต่อความต้องการภายในประเทศและในภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น

ESCAP โต้เถียงว่าการพึ่งพาต่อการพัฒนาซึ่งมีการส่งออกเป็นธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียวต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ และกำลังเรียกร้องให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนาภาคเกษตรในชนบทมากขึ้น โดยทำการเชื่อมโยงระหว่างชนบท-เมืองให้ดียิ่งขึ้นผ่านทางการเชื่อมต่อด้านการขนส่งและการสื่อสาร

“เราสามารถตอบโต้กับความท้าทายเหล่านี้ได้เป็นบางส่วนผ่านทางการปรับปรุงการระดมทรัพยากรเมื่อมีศักยภาพในการจัดเก็บภาษีภูมิภาคที่ดีเยี่ยม ในการปลดปล่อยศักยภาพนี้ ประเทศจะจำเป็นต้องยกเลิกวันหยุดภาษีและการยกเว้นต่าง ๆ ซึ่งทำการบิดเบือนระบอบการลงทุน” เลขานุการผู้บริหารของ ESCAP ดร. Shamshad Akther กล่าวในการเปิดงาน

เธอชี้แจงว่า “การปรับใช้ระบบการจัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้าจะช่วยในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันและเพิ่มกระแสเงินโดยตรงไปยังการลงทุนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น” และชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคดังกล่าวมีศักยภาพเป็นอย่างดี “ในการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมให้แข็งแกร่งเพื่อช่วยในการเข้าถึงเงินทุนสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวครอบครองสภาพคล่องทั่วโลกเกือบ 100 ล้านล้านดอลลาร์และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานดังกล่าวยังระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นมีเสถียรภาพในวงกว้าง และคาดการณ์ว่าการเติบโตโดยประมาณที่ร้อยละ 4.6 ในปีก่อนหน้าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 5 ในปี 2017

ESCAP กล่าวว่า เนื่องจากโอกาสการเติบโตซึ่งนำโดยการส่งออกนั้นไม่ชัดเจนเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจในยุโรปและญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา นี่คือการเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาไปยังการเพิ่มความต้องการภายในประเทศและการผลิตซึ่งจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคของอนาคต

“หนึ่งในปัญหาพื้นฐานซึ่งเราเสนอขึ้นมาในการสำรวจของเราคือค่าแรงที่ต่ำ” Hamza Ali Malik หัวหน้าฝ่ายนโยบายและการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของ ESCAP บอกกับ IDN-INPS ในการสัมภาษณ์ “หากภูมิภาคต้องการมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน มันจำเป็นต้องเพิ่มการผลิต (และ) คุณต้องการระดับการผลิตที่สูงเพื่อรองรับระดับค่าแรงที่แท้จริงที่สูงเช่นกัน”

ในการอภิปรายระดับสูงในการประชุมที่นี่ มีข้อตกลงในวงกว้างว่านโยบายทางการเงินได้ล้มเหลวและจำเป็นต้องมีการให้ความสำคัญต่อนโยบายการคลังในตอนนี้ โดยที่รัฐบาลใช้รายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยการลงทุนในการพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะส่งเสริมการผลิตในระยะยาว

ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตหัวหน้าองค์กร UNCTAD ในเจนีวากล่าวว่า นโยบายการเงินนั้นใช้งานไม่ได้ในตอนนี้เนื่องด้วยการถดถอยของการค้าระหว่างประเทศ เอเชียจำเป็นต้องหนีจากโมเดลการพัฒนาที่มุ่งเน้นการส่งออกและแรงงานราคาถูก UNCTAD เป็นหน่วยงานสหประชาชาติซึ่งจัดการปัญหาด้านการพัฒนาโดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ – ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการพัฒนา

ดร. ศุภชัยยังตั้งข้อสังเกตว่า “เรามักจะเพิกเฉยต่อด้านนโยบายรายได้ซึ่งได้รับการเน้นในรายงาน ESCAP นี้” “(พร้อมทั้งการเพิ่มการผลิต) เราจำเป็นต้องมองไปยังนโยบายรายได้ในเชิงรวม … เมื่อเราพูดถึงการเพิ่มการผลิต เราจำเป็นต้องมองวิธีการเปลี่ยนแปลงการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ มีหลากหลายประเทศที่สามารถเพิ่มระดับการผลิตได้สำเร็จแต่ระดับรายได้ยังคงตามหลังอยู่” เป็นที่ถกเถียงว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะสร้างฟองสบู่สินทรัพย์ แต่ไม่เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ

Teuea Toatu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศคิริบาสระบุว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งขับเคลื่อนโดยการพัฒนานั้นเป็นไปได้ และประเทศเกาะแปซิฟิกขนาดเล็กของเขาซึ่งห่างไกลออกไปได้สามารถแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่ “ความฝันที่เป็นไปไม่ได้”

เขาอธิบายว่ารัฐบาลคิริบาสได้ตระหนักว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาความรู้และระดับทักษะของแรงงานขนาดเล็กของประเทศ และดังนั้นแล้ว ประเทศจึงได้ลงทุนในการศึกษาและบริการสาธารณสุข อีกทั้งยังได้เพิ่มราคาของเนื้อมะพร้าวแห้งซึ่งรัฐบาลซื้อจากเกษตรกรในชนบทเพื่อการส่งออกเป็นสองเท่า

“เศรษฐกิจในชนบทจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาผ่านทางนโยบายแบบรวม” กล่าวโดย Toatu “เงินอุดหนุนสำหรับการซื้อเนื้อมะพร้าวแห้งช่วยเพิ่มการผลิตและทำให้เกษตรกรชนบทยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาแทนที่จะย้ายถิ่นฐานไปยังเมือง”

ตามความคิดเห็นของคุณวิทวัส ศรีวิหค ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยแล้ว การเพิ่มความรู้ทางดิจิทัลโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนในโรงเรียนชนบทที่ห่างไกลเป็นนโยบายรัฐบาลที่สำคัญเพื่อให้ความรู้ของประชาชนสำหรับการเติบโตด้านการผลิตในอนาคต เขาอธิบายว่ารูปแบบ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ของพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยซึ่งได้รับการแนะนำต่อพื้นที่ชนบทนั้นอยู่บนพื้นฐานของ “การทำงานร่วมกันกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นจากภายใน”

“ในเอเชียใต้ เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรขนาดเล็ก (และ) การเพิ่มการผลิตของพวกเขานั้นเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่” Arjun Bahadur Thapa เลขาธิการสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ (SAARC) กล่าวในการประชุม “เราจำเป็นต้องให้ความรู้และมอบเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรขนาดเล็กเพื่อเพิ่มการผลิต”

เขากล่าวเพิ่มอีกว่า ในการปรับใช้คำแนะนำจากแอฟริกาและลาตินอเมริกา SAARC ส่งเสริมการใช้ ‘วิทยุฟาร์ม’ เพื่อให้ความรู้ต่อเกษตรกร เพราะว่ามันเป็นวิธีการให้ความรู้ที่ราคาถูก และในขณะเดียวกันก็ได้ชี้ให้เห็นว่าสถาบันฝึกอบรมส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมือง

สำหรับ Malik แล้ว เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับปี 2030 ซึ่งองค์กรสหประชาชาติได้ส่งเสริมนั้นเกี่ยวกับการใช้วิธีการพัฒนาแบบองค์รวม “แทนที่จะบอกว่า ให้มีการเติบโต (ทางเศรษฐกิจ) ก่อนแล้วจัดการกับปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมในภายหลัง สิ่งที่เราพูดตอนนี้คือ ไม่ เรามามองถึงข้อดีและข้อเสียของทั้งสามปัญหาในเวลาเดียวกัน” เขาชี้ว่า “มันเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในวิธีการคิดเกี่ยวกับการพัฒนา”

“มันเป็นการขยับออกห่างจากการมุ่งเน้นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการผลิตเพียงเท่านั้น และเป็นการแสดงออกว่าความเป็นอยู่ของมนุษย์นั้นสำคัญยิ่งกว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจ” Malik กล่าว “ใช่แล้ว มัน (การเติบโตทางเศรษฐกิจ) นั้นสำคัญสำหรับเราแต่มันไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด นี่คือสิ่งที่องค์กรสหประชาชาติทั้งระบบกำลังใฝ่หาตอนนี้” [IDN-InDepthNews – 19 พฤษภาคม 2016]

Newsletter

Striving for People Planet and Peace 2018

MAPTING

Fostering Global Citizenship

 


Please publish modules in offcanvas position.