NOTE! This site uses cookies and similar technologies.

If you not change browser settings, you agree to it.

I understand

Reporting the underreported about the plan of action for People, Planet and Prosperity, and efforts to make the promise of the SDGs a reality.
A project of the Non-profit International Press Syndicate Group with IDN as the Flagship Agency in partnership with Soka Gakkai International in consultative status with ECOSOC.


SGI Soka Gakkai International

 

รูปภาพ: พระมหาหรรษากับชาวบ้านโคกหนองนา

โดย ปัทมา วิไลเลิศ

จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย (IDN) — เนื่องจากการล็อกดาวน์จากโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง คนงานจำนวนมากในกรุงเทพฯ และเมืองธุรกิจสำคัญอื่น ๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุทรปราการต่างแห่กันกลับไปยังบ้านเกิด พวกเขาถูกบังคับให้แสวงหาหนทางที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ และตระหนักถึงเหตุผลของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในประเทศไทย เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นฆราวาสไปตักบาตรในตอนเช้าทั่วประเทศเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญก่อนเริ่มวันใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 พระสงฆ์บางรูปกลับมีบทบาทในการทำบุญ

ภาพตัดปะ: (ซ้าย) สถานบริการนวดที่ถูกปิดให้บริการในพื้นที่ประตูน้ำและรัชนี: ด้วยการปิดตัวลงของธุรกิจบริการนวดรัชนีจึงต้องขายบาบีคิวหมูบนทางเท้าภายนอกอะพาร์ตเมนต์ของเธอ เครดิต: ปัทมา วิไลเลิศ

โดย ปัทมา วิไลเลิศ

กรุงเทพ (สำนักข่าว IDN) — ธุรกิจการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไทยจะให้ความหายไปในทางเดียวกันกับสถานบริการนวดแผนโบราณและศูนย์กลางการนวดบำบัด แต่เนื่องด้วยการล็อกดาวน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจและอาจกดดันให้ต่างชาติเข้ามาถือครองแทน การล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่องได้ส่งผลต่อธุรกิจสปาและบริการนวดอย่างรุนแรง

นาย กรด โรจนเสถียร ประธานสมาคมสปาไทย ได้เปิดเผย ในการให้สัมภาษณ์กับทางหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ณ ที่นี่ว่านับตั้งแต่การระบาดในรอบแรกเมื่อปีที่ผ่านมาเมื่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวเกือบจะต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ธุรกิจสปาและบริการนวดกว่า 80% ต้องปิดให้บริการตามคำสั่งล็อกดาวน์ทำให้มีผู้ตกงานกว่า 200,000 ราย

ภาพ: นายกรัฐมนตรีฟิจิ กล่าวปราศรัยต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวันที่ 25 กันยายน 2021 ที่มา: เว็บไซต์ทางการของนายกรัฐมนตรี

โดย Josaia Voreqe Bainimarama

Josaia Voreqe Bainimarama นายกรัฐมนตรีหมู่เกาะฟิจิ เป็นประธานของการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกที่มีสมาชิก 18 คน ในการปราศรัยกับสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวันที่ 25 กันยายน เขาเรียกร้องให้ประชาคมโลกยอมรับวิสัยทัศน์ของฟิจิเกี่ยวกับอนาคตที่ดีกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สีน้ำเงินมากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับมนุษยชาติ

SUVA (IDN) — รายงานของสหประชาชาติที่เสนอต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีนี้มีชื่อว่า “ความท้าทายพหุภาคีของเรา: UN 2:0” ซึ่งเป็นวาระร่วมกันที่เป็นแผนงานพิมพ์เขียวสำหรับอนาคตที่ดีกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยยิ่งขึ้น และผมจะกล่าวเสริมอย่างถ่อมตนว่า “สีน้ำเงินมากขึ้น”

ภาพ: Ms. Shefali Ghosh จาก Savar ใกล้ Dhaka สอนลูกสาวของเธอในครัว เครดิต: ธนาคารโลก

โดย Kalinga Seneviratne

ซิดนีย์ (IDN) — ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีประชากรประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์จากประชากรทั่วโลก ผู้คนราว 1.6 พันล้านคนส่วนใหญ่อาศัยไฟแบบใช้เตาเปิดหรือเตาธรรมดาที่ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันก๊าด ถ่านหิน หรือชีวมวล เช่น ไม้ มูลสัตว์ และของเหลือจากการเกษตรสำหรับความต้องการในการปรุงอาหารประจำวันซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เครดิตภาพ: SHE Investments Cambodia

มุมมองโดย Kaveh Zahedi

ผู้เขียนเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)

กรุงเทพฯ (IDN) — เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ผลกระทบร้ายแรงของโควิด-19 กำลังระบาดไปทั่วทุกมุมโลก เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงเวลานี้ เราจะเห็นว่าประวัติศาสตร์ได้แบ่งออกเป็นโลกช่วงก่อนโควิดและโลกหลังโควิด

และคุณสมบัติหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดโลกหลังโควิดก็คือการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเราทุกด้าน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสามารถพูดได้ว่าการระบาดใหญ่ได้ทำหน้าที่แทนพวกเขา เพราะมันเร่งให้เศรษฐกิจและสังคมเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

ภาพ: ระบบอาหารในแอฟริกาได้รับผลกระทบทางลบจากความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้ง และ COVID-19 เมื่อล่าสุดนี้ © FAO/Petterik Wiggers.

โดย J Natranis

นิวยอร์ก (IDN) - การแพร่ระบาดของโควิด -19 ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่น่าหนักใจอย่างยิ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก Financing for Sustainable Development Report 2021 (รายงานการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2021) โดยหน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศมากกว่า 60 หน่วยงานได้กล่าวว่าการแพร่ระบาดอาจทำให้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ช้าไปอีก 10 ปี

ภาพ: เข็มฉีดยาถูกประกอบแล้วบรรจุในโรงงานในสเปน © UNICEF/Francis Kokoroko

โดย J Nastranis

นิวยอร์ก (IDN) - งานวิจัยใหม่ได้เตือนถึงแนวโน้มในการเติบโตของ "ชาตินิยมวัคซีน" กล่าวคือประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความต้องการวัคซีนของตนเองเป็นหลัก การศึกษาเตือนว่าเมื่อมีการผูกขาดการจัดหาวัคซีนป้องกันการระบาดของ Covid-19 ประเทศที่ร่ำรวยกำลังคุกคามการทำลายล้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่กำลังพัฒนา

แม้ว่าประเทศที่ร่ำรวยจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างสมบูรณ์ภายในกลางปีนี้และประเทศยากจนส่วนใหญ่ยังถูกปิดกั้น แต่การศึกษาสรุปว่าเศรษฐกิจโลกจะสูญเสียมากกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ และนี่เป็นค่ารวมที่มากกว่าผลผลิตต่อปีของญี่ปุ่นและเยอรมนีรวมกัน เกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะได้รับการรองรับโดยประเทศที่ร่ำรวย เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ

ภาพ: การพบปะของ Kamukunji Community

โดย Francis Kinyua*

ไนโรบี (IDN) — หลังจากโรงเรียนปิดไป 9 เดือนในปี 2020 อันเป็นผลมาจากการระบาดของ COVID-19 โรงเรียนในเคนยาก็เริ่มกลับมาเปิดเทอมใหม่อีกครั้ง เช้าวันที่ 4 มกราคม ท้องถนนเต็มไปด้วยเด็ก ๆ ที่สวมเครื่องแบบสีสันสดใสเดินหน้าไปโรงเรียนของพวกเขา

เด็ก ๆ ตื่นเต้นที่จะได้กลับไปโรงเรียน ชาร์ลีนลูกสาววัย 12 ปีของเรทซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถม New Pumwani กล่าวว่าการอยู่บ้านเป็นเรื่องที่เหนื่อยหน่ายและน่าเบื่อ "ฉันคิดถึงการเรียน ฉันคิดถึงเพื่อนและครู และฉันมีความสุขที่ได้กลับไปโรงเรียน" เธอกล่าว

รูป: ตัวแทนโครงการอาหารโลก (WFP) ในโบลีเวียกำลังพูดคุยกับหญิงพื้นเมืองชาวอูรู-มูราโต เกี่ยวกับความตระหนักเกี่ยวกับ COVID-19 และหลักปฏิบัติเพื่อโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ เครดิต: WFP/Morelia Eróstegui

โดย J Nastranis

นิวยอร์ก (IDN) – 2020 จะเป็นปีที่ถูกจดจำเนื่องจากเป็นปีที่การแพร่ระบาดของไวรัสได้ทำให้โลกต้องปิดตัวเอง ทำให้หลุมลึกระหว่างความรวยและความจนขยายกว้างมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดความยากจนขัดสนขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และได้โต้กลับให้สหประชาชาติต้องพยายามสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันมากขึ้นซึ่งเสี่ยงต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้รับการเห็นชอบอย่างเป็นสากลในเดือนกันยายน 2015

โดยในช่วงต้นเดือนธันวาคม สหประชาชาติได้เตือนว่ารายงานบันทึก 235 ล้านคนจะต้องการความช่วยเหลืออย่างมีมนุษยธรรมในปี 2021 ประกอบกับการเพิ่มขึ้นบางส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020 ซึ่งเกือบจะทั้งหมดเป็นผลจากการแพร่ระบาด

Collage of the mass grave at the Killing Field of Choeung Ek with the leader of the Killing Fields on the left. Source: Wikimedia.

มุมมองจากโจนาธาน พาวเวอร์*

สำนักข่าว IDN เมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน รายงานว่า หนึ่งในชายที่อำมหิตที่สุดเท่าที่เคยมีมา เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา นายคัง เก็ก เอียว หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สหายดุช" เสียชีวิตในวัย 77 ปี เขาถูกศาลอาชญากรรมสงครามร่วม
ของสหประชาชาติและกัมพูชาตัดสินจำคุกฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยเป็นเพียง คนเดียวจากจำเลยทั้งห้าคนที่ยอมรับว่าตนก่ออาชญากรรม ซึ่งในการพิจารณาคดีเมื่อเดือน กรกฎาคมปี 2553 ที่คัง เก็ก เอียว ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ผมก็ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

Page 1 of 4

Newsletter

Striving

Striving for People Planet and Peace 2021

Mapting

MAPTING

Partners

SDG Media Compact


Please publish modules in offcanvas position.