NOTE! This site uses cookies and similar technologies.

If you not change browser settings, you agree to it.

I understand

SDGs for All

SDGs for All is a joint media project of the global news organization International Press Syndicate (INPS) and the lay Buddhist network Soka Gakkai International (SGI). It aims to promote the Sustainable Development Goals (SDGs), which are at the heart of the 2030 Agenda for Sustainable Development, a comprehensive, far-reaching and people-centred set of universal and transformative goals and targets. It offers in-depth news and analyses of local, national, regional and global action for people, planet and prosperity. This project website is also a reference point for discussions, decisions and substantive actions related to 17 goals and 169 targets to move the world onto a sustainable and resilient path.

ภาพ: ภาพตัดปะด้วยภาพถ่ายจากกาน่าและเซียร์ราลีโอน

โดย Lisa Vives เครือข่ายข้อมูลสากล

นิวยอร์ก (IDN) – อุตสาหกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ในเซเนกัลมีภาระล้นมือเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อมีการโพสต์ข่าวปลอมในสื่อสังคมว่าเด็ก ๆ กำลังจะ "เสียชีวิตทันที" จากวัคซีนต้านโคโรน่าไวรัส

โพสต์ที่ชื่อว่า "ข่าวลือในเซเนกัล" ได้รับการแชร์มากกว่าพันครั้งบน Facebook แม้ว่าผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่าเป็นเรื่องหลอกลวง

มีการบอกเล่าว่าได้ยินเกี่ยวกับเรื่อง "มีข่าวลือในเซเนกัล" ซึ่งข่าวลือที่สร้างความเข้าใจผิดในโวลอฟ "มีชายเข้ามาในบ้านเพื่อฉีดวัคซีนให้เด็ก ๆ เพื่อป้องกันโคโรน่าไวรัส เขาฉีดวัคซีนให้กับเด็กวัยเจ็ดขวบที่เสียชีวิตในทันที"

รูป: การขนย้ายแรงงานข้ามชาติใหม่ไปยังโดฮา กาตาร์ แหล่งที่มา: tellmemoreblogger.com

จากมุมมองของ Kalinga Seneviratne

ซิดนีย์ (IDN) – ในหลาย ๆ เมืองได้อธิบายความหมายของการเคลื่อนย้ายแรงงานว่าเป็นการค้าทาสแห่งศตวรรษที่ 21 และวิกฤติ Covid-19 ได้เผยให้เห็นถึงความเป็นจริงทั้งหมดนี้ แรงงานข้ามชาติชาวยุโรปตะวันออกในยุโรป แรงงานก่อสร้างที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่ต้องอยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ ในตะวันออกกลาง มีการปิดห้องพักหลายร้อยหลังของชาวเอเชียใต้ซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติที่อาจจะติดเชื้อ Covid-19 ในสิงคโปร์ มีการแสดงให้เห็นถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจต่อแรงงานข้ามชาติมากมายของเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจในทุกวันนี้

ภาพ: ภาพถ่ายหน้าจอของผู้นำ UN ในการเรียกร้องการหยุดรบทั่วโลกโดยทันที เครดิต: UN WebTV

โดย Radwan Jakeem

นิวยอร์ก (IDN) – ข้อเรียกร้องอย่างชัดเจนสำหรับ “การหยุดรบทั่วโลกทันทีในทุกส่วนของโลก” เมื่อวันที่ 23 มีนาคม António Guterres เลขาธิการใหญ่ของ UN ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายทั่วโลกวางอาวุธของตนเองลงเพื่อสนับสนุนในการทำสงครามที่ใหญ่กว่ากับ COVID-19 ซึ่งเป็นศัตรูร่วมที่กำลังเป็นภัยคุกคามมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้

การหยุดรบจะช่วยให้มนุษยชาติเข้าถึงประชากรที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจาย COVID-19 ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2019 มากที่สุดได้ และในตอนนี้มีการรายงานในมากกว่า 180 ประเทศแล้ว เท่าที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อเกือบ 300,000 รายทั่วโลก และมากกว่า 12,700 รายที่เสียชีวิต จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก (wHO)

ภาพ: ภาพปะติดของนายบิรัม ดาห์ อาบิด จากมอริเตเนีย และนางชาปารัก ชาจาริซาเดห์ จากอิหร่าน

โดย เจมชิด บาเรือห์

กรุงเจนีวา (IDN) - นายบิรัม ดาห์ อาบิด เป็นทายาทของอดีตทาสที่ได้รับการขนานนามว่า "เนลสัน แมนเดลา แห่งมอริเตเนีย" และนางชาปารัก ชาจาริซาเดห์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีชาวอิหร่านที่มีชื่อเสียงผู้ได้รับการยกย่องในความกล้าหาญต่อสู้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันแสนเลวร้าย

นายอาบิด ผู้ก่อตั้งโครงการริเริ่มเพื่อการฟื้นคืนการเคลื่อนไหวของผู้รณรงค์การเลิกทาส (IRA) ได้ระดมชาวมอริเตเนียหลายหมื่นคนเพื่อประท้วงการค้าทาส และความล้มเหลวของรัฐบาลในการใช้กฎหมายต่อต้านการค้าทาส

Photo: A woman dressed in blue rides a white donkey through open vast terrain surrounded by mountains. Credit: UN.

โดย Santo D. Banerjee

นิวยอร์ก (IDN) – นับตั้งแต่มีการค้นพบวันสตรีชนบทสากลในวันที่ 15 ตุลาคม 2008 มีข้อตกลงว่าสตรีและเด็กสาวชนบท รวมถึงสตรีพื้นเมืองมีบทบาทที่สำคัญในด้านการปรับประสิทธิภาพทางการเกษตรและการพัฒนาชนบท การปรับปรุงความปลอดภัยของอาหาร และการกำจัดความยากจนในชนบท  

ในความเป็นจริงเมื่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติก่อตั้งวันสากลใหม่ด้วยการลงมติ 62/136 ในวันที่ 18 ธันวาคม 2007 โดยเรียกว่า “การให้ความสำคัญในระดับใหญ่กว่ากับการพัฒนาสถานการณ์ของสตรีชนบท รวมถึงสตรีพื้นเมือง ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาประเทศ ภูมิภาค และทั่วโลก"

Photo collage: (left to right) Kumnung Chantasit demonstrating how to plant cardamom; An example of how banana trunks and leaves are used to protect the young trees; One of the hard working Thai chickens. Credit: Bronwen Evans.

โดย บรอนเวน อีแวนส์ (Bronwen Evans)*

จันทบุรี ประเทศไทย (IDN) – มีสองเหตุผลทั่วไปเกี่ยวกับสาเหตุที่ชาวนาไทยจึงนิยมใช้เกษตรอินทรีย์ – หนึ่งในนั้นคือสุขภาพและอีกหนึ่งเหตุผลคือเศรษฐกิจ สำหรับ Kumnung Chanthasit วัย 73 ปี นั้นเป็นเหตุผลหลัง เขาทำนาในที่ดินแปลงเดิมในจังหวัดจันทบุรีทางภาคตะวันออกของประเทศไทยตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แม้จะเป็นดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ เขาพบว่าตัวเองเขากลับจมลึกลงไปในหนี้สินมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเขาต้องกระเสือกกระสนในการชำระค่าปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เขาคิดว่าจำเป็นต้องใช้ี

ที่มาของภาพ: OpEd in The Hindu – เพื่อการปลอดภาวะขาดสารอาหารในอินเดีย (For a malnutrition-free India)

โดย Sudha Ramachandran

บังคาลอร์ (IDN) – ความต้องการของอินเดียในการเพิ่มความพยายามของตนเป็นสองเท่าเพื่อลดภาวะแคระแกร็นในกลุ่มเด็ก ๆ ไม่ได้เป็นเพียงเพราะการพัฒนาด้านจิตใจและทางกายภาพของพวกเขา แต่ยังเกี่ยวกับความสามารถในการเรียนรู้และโอกาสในชีวิต อีกทั้งเพื่อให้ทันการณ์ตามกำหนดเวลาปี 2022 ที่กำหนดโดยภารกิจโภชนาการแห่งชาติ (National Nutrition Mission) ของตนและเพื่อให้โลกได้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ก่อนปี 2030 อีกด้วย

ตามระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอินเดีย – ภาพที่ 3 และ 4 (NFHS-3 และ 4) สัดส่วนของเด็กในประเทศที่ต่ำกว่าอายุห้าปีที่มีภาวะแคระแกร็นลดลงจาก 48% ในปี 2006 เป็น 38% ในปี 2016 ในขณะที่การลดภายในระยะเวลาสิบปีนั้นมีนัยสำคัญ โดยการลดลงต่อปีอยู่ที่เพียง 1%

ภาพ: บริษัทต่างชาติใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรแร่ของแอฟริกาโดยทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้ให้ผู้คน ที่มา: วิกิมีเดีย คอมมอนส์ (Wikimedia Commons)

โดย เจฟฟรีย์ โมโย (Jeffrey Moyo)

ฮาราเร (IDN) – กว่าทศวรรษที่ผ่านมา เขาสูญเสียบ้านเนื่องจากนักขุดเหมืองเพชรจากจีนเผามันเป็นจุณเพียงเพื่อค้นหาอัญมณี กระทั่งในปัจจุบันนี้  Tobias Mukwada อายุ 74 ปี ยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัวของเขาในกระท่อมหลังคามุงจากโกโรโกโส พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยหวังเพียงว่า ในสักวันหนึ่งพ่อค้าเพชรจากจีนอาจจะจดจำพวกเขาได้และเสนอบ้านที่เหมาะสมให้กับพวกเขา

แต่สำหรับ Mukwada และครอบครัวของเขาที่ยากจนข้นแค้นนั้น นั่นอาจเป็นการรอคอยที่เปล่าประโยชน์

โดย Kalinga Seneviratne

ข้าวสาร กรุงเทพ (IDN) – เมื่อผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาการที่ยั่งยืน แทบไม่มีผู้ใดเลยที่เอ่ยถึงคนค้าขายริมถนนจำนวนมากที่เลี้ยงชีพบนถนนในประเทศไทยจากทั่วทั้งส่วนที่เหลือของเอเชีย

แม้แต่ความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อยับยั้งไม่ให้พวกเขาทำธุรกิจ – เช่นเดียวกับความพยายามที่ยาวนานนับปีของผู้ว่าราชการของกรุงเทพมหานครที่ไม่ประสบผลสำเร็จในการกวาดล้างคนค้าขายริมถนนบนถนนในเมือง – ผ่านไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็นได้ในสื่อ

“การจำหน่ายสินค้าบนถนนมีแนวโน้มที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังกรุงเทพ มันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบไทยและนักท่องเที่ยวต้องการที่จะสัมผัสมัน” Pattama Vilailert ผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวกล่าว “นักท่องเที่ยวบางรายมาประเทศไทยเพื่อลิ้มรสชาติอาหารริมทางที่สมเหตุสมผล (โดยเฉพาะ)”

โดย Kalinga Seneviratne

จันทบุรี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย (idn) – เกษตรกรชาวไทยกำลังคืนสู่สามัญภายใต้สูตร “ไร่อัจฉริยะ” ที่ได้รับการสนับสนุนโดยเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ (ICT) ที่ผสานรวมเข้าไปในแนวคิด“เศรษฐกิจพอเพียง” ของศาสนาพุทธเพื่อทำให้โลหิตแห่งชีวิตของอาณาจักร คือเกษตรกรรมและเกษตรกรขนาดเล็ก ยั่งยืนไปสู่อนาคตอันใกล้

“เกษตรกรบางรายใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อให้ได้ผล [จากต้นไม้] มากขึ้น (แต่) ลำต้นมันจะตายภายในสามถึงห้าปี ที่นี่เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์และลำต้นของเราอยู่ได้ถึง 30 ปีเลย” เกษตรกร สิทธิพงส์ ยานโส กล่าวกับ IDN ที่ไร่ทุเรียนสวนผสมที่เขียวชอุ่มของเขานี้

“เรามีใบไม้แห้งมากพอเป็นปุ๋ยของเรา” เขากล่าวเสริม โดยชี้ไปที่ภูเขาเขียวขจีที่รายล้อมพื้นที่เพาะปลูกของตน ขณะที่แสดงให้เห็นต้นกล้วยที่โตอยู่ระหว่างต้นทุเรียนของเขา เขาก็อธิบายว่าหลังเก็บเกี่ยวผลไม้จะมีการใช้ลำต้น ซึ่งเป็นเคล็ดที่ตกทอดกันมาจากบรรพบุรุษ

Page 1 of 3

Striving

Striving for People Planet and Peace 2019

Mapting

MAPTING

Fostering Global Citizenship

Partners

SDG Media Compact


Please publish modules in offcanvas position.