NOTE! This site uses cookies and similar technologies.

If you not change browser settings, you agree to it.

I understand

SDGs for All

SDGs for All is a joint media project of the global news organization International Press Syndicate (INPS) and the lay Buddhist network Soka Gakkai International (SGI). It aims to promote the Sustainable Development Goals (SDGs), which are at the heart of the 2030 Agenda for Sustainable Development, a comprehensive, far-reaching and people-centred set of universal and transformative goals and targets. It offers in-depth news and analyses of local, national, regional and global action for people, planet and prosperity. This project website is also a reference point for discussions, decisions and substantive actions related to 17 goals and 169 targets to move the world onto a sustainable and resilient path.

โดย Kalinga Seneviratne

ข้าวสาร กรุงเทพ (IDN) – เมื่อผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาการที่ยั่งยืน แทบไม่มีผู้ใดเลยที่เอ่ยถึงคนค้าขายริมถนนจำนวนมากที่เลี้ยงชีพบนถนนในประเทศไทยจากทั่วทั้งส่วนที่เหลือของเอเชีย

แม้แต่ความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อยับยั้งไม่ให้พวกเขาทำธุรกิจ – เช่นเดียวกับความพยายามที่ยาวนานนับปีของผู้ว่าราชการของกรุงเทพมหานครที่ไม่ประสบผลสำเร็จในการกวาดล้างคนค้าขายริมถนนบนถนนในเมือง – ผ่านไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็นได้ในสื่อ

“การจำหน่ายสินค้าบนถนนมีแนวโน้มที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังกรุงเทพ มันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบไทยและนักท่องเที่ยวต้องการที่จะสัมผัสมัน” Pattama Vilailert ผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวกล่าว “นักท่องเที่ยวบางรายมาประเทศไทยเพื่อลิ้มรสชาติอาหารริมทางที่สมเหตุสมผล (โดยเฉพาะ)”

โดย Kalinga Seneviratne

จันทบุรี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย (idn) – เกษตรกรชาวไทยกำลังคืนสู่สามัญภายใต้สูตร “ไร่อัจฉริยะ” ที่ได้รับการสนับสนุนโดยเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ (ICT) ที่ผสานรวมเข้าไปในแนวคิด“เศรษฐกิจพอเพียง” ของศาสนาพุทธเพื่อทำให้โลหิตแห่งชีวิตของอาณาจักร คือเกษตรกรรมและเกษตรกรขนาดเล็ก ยั่งยืนไปสู่อนาคตอันใกล้

“เกษตรกรบางรายใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อให้ได้ผล [จากต้นไม้] มากขึ้น (แต่) ลำต้นมันจะตายภายในสามถึงห้าปี ที่นี่เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์และลำต้นของเราอยู่ได้ถึง 30 ปีเลย” เกษตรกร สิทธิพงส์ ยานโส กล่าวกับ IDN ที่ไร่ทุเรียนสวนผสมที่เขียวชอุ่มของเขานี้

“เรามีใบไม้แห้งมากพอเป็นปุ๋ยของเรา” เขากล่าวเสริม โดยชี้ไปที่ภูเขาเขียวขจีที่รายล้อมพื้นที่เพาะปลูกของตน ขณะที่แสดงให้เห็นต้นกล้วยที่โตอยู่ระหว่างต้นทุเรียนของเขา เขาก็อธิบายว่าหลังเก็บเกี่ยวผลไม้จะมีการใช้ลำต้น ซึ่งเป็นเคล็ดที่ตกทอดกันมาจากบรรพบุรุษ

โดย Kalinga Seneviratne

จันทบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (IDN) – นายแพทย์ท่านหนึ่งผู้มีความกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยจิตสำนึกต่อสังคมในชุมชนเกษตรกรรมในชนบทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กำลังร่วมมือกับโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชธิดาลำดับที่สองในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่เสด็จสวรรคตในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559

โรงเรียนแห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีโอกาสเข้าศึกษาต่อในสาขาการแพทย์ ผ่านสายอาชีพที่แหวกแนวซึ่งมอบแนวทางที่รอบด้านเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGS).

ภาพ: ภาพจากการประชุมในรัฐวาติกันเมื่อ 10-11 พฤศจิกายน 2017 เครดิต: Katsuhiro Asagiri | IDN-INPS

โดย Ramesh Jaura

นครรัฐวาติกัน (IDN) – เมื่อกลุ่มผู้นำของโลกได้กำหนดให้ 'การปฏิรูปโลกของเรา: วาระแห่งปี 2030 สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน' เป็นเอกสารแสดงถึงผลลัพธ์ของการประชุมองค์การสหประชาชาติสำหรับการปรับใช้การพัฒนาหลังปี-2015 เมื่อสองปีที่แล้ว พวกเขากำหนดให้เอกสารนี้เป็น "แผนดำเนินการสำหรับประชาชน โลกและความมั่งคั่ง" ที่ "มุ่งหวังในการเสริมสร้างสันติภาพสากลเพื่ออิสรภาพที่มากยิ่งขึ้น"

เอกสารซึ่งประกอบไปด้วย 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และ 169 เป้าหมายนั้นอยู่บนพื้นฐานของเอกฉันท์ที่มาจากการหารือเป็นเวลานานภายในกลุ่มทำงานเชิงเปิด อีกทั้งระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เช่น "โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์"

คนซึ่งหนีความรุนแรงระหว่างชุมชนในพม่าอาศัยอยู่ เครดิต: วิกิมีเดียคอมมอนส์

โดย Jayasri Priyalal*

สิงคโปร์ (IDN) - วิกฤติโรฮีนจาและการไหลทะลักของผู้ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศเป็นเรื่องพาดหัวข่าวในสื่อในปัจจุบันนี้ ในฐานะที่เป็นชาวศรีลังกา ฉันสามารถสังเกตถึงความคล้ายคลึงกันของความขัดแย้งของการไร้สัญชาติซึ่งเกิดขึ้นในศรีลังกาเมื่อก่อนและในเมียนมาในปัจจุบันนี้ และวิธีการแก้ไขปัญหาของศรีลังกากับอินเดียสามารถเป็นเค้าโครงให้เมียนมาทำตามได้

ในปี 1948 เมื่อศรีลังกาได้รับอิสรภาพจากสหราชอาณาจักร ในชาติที่เป็นเกาะนี้มีชาวทมิฬซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ชาวทมิฬอินเดีย” ประมาณหนึ่งล้านคนหลงเหลืออยู่ในศรีลังกา พวกเขาถูกนำตัวมายังศรีลังกาจากอินเดียใต้จากกลุ่มวรรณะจัณฑาลเพื่อมาทำงานในไร่ชาซึ่งก่อตั้งบนพื้นที่ที่ชาวอังกฤษได้ยึดจากชาวไร่ชาวนาชาวสิงหลซึ่งปฏิเสธที่จะทำงานในไร่สวนเหล่านั้น ดังนั้นการมาถึงของชาวทมิฬจึงได้สร้างความไม่พอใจให้ชาวสิงหล ชาวอังกฤษได้สร้างชุมชนของคนไร้สัญชาติซึ่งไม่ใช่ทั้งประชากรอินเดียหรือศรีลังกา

รูป: ปลา Moorish Idols ฝูงหนึ่งกำลังว่ายน้ำเหนือแนวปะการังที่ Ha’apai ประเทศตองงา เครดิต: UNEP GRID Arendal/Glenn Edne

โดย J Nastranis

องค์การสหประชาชาติ (IDN) – มหาสมุทรของเรานั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่ออนาคตที่เรามีร่วมกันและความหลากหลายทั้งหมดของมวลมนุษยชาติ มหาสมุทรของเรานั้นปกคลุมพื้นที่สามในสี่ของโลกเรา เชื่อมโยงประชากรและตลาดต่าง ๆ ของเราเข้าด้วยกัน และเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

มันเป็นแหล่งที่มาของเกือบครึ่งหนึ่งของออกซิเจนที่เราใช้หายใจ ดูดซับมากกว่าหนึ่งในสี่ของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราสร้างขึ้นมา มีบทบาทสำคัญในวัฏจักรของน้ำและระบบภูมิอากาศ และยังเป็นแหล่งที่มาสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและให้การช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ต่อระบบนิเวศ

รูป หญิงสาวจากโครงการ Safeguard Young People ในมาลาวี ซึ่งมอบข้อมูลทางเพศและสุขภาพการสืบพันธ์ ช่วยเหลือวัยรุ่นในการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วโลก และมอบการอบรมการเป็นผู้นำ เครดิต: UNFPA มาลาวี/Hope Ngwira

โดย J Nastranis

นิวยอร์ก (IDN) – เงินจำนวนน้อยกว่า 30 ดอลลาร์ที่ใช้จ่ายต่อคนต่อปีสามารถสร้างความมหัศจรรย์สำหรับสุขภาพและการศึกษาของวัยรุ่นได้ ตามผลของการวิจัยที่ได้รับมอบหมายโดย UNFPA กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ

รายงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ใน The Lancet ในคืนก่อนหน้าการประชุมฤดูใบไม้ผลิของธนาคารโลกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่ 21 เมษายนถึง 23 เมษายน 2017 ซึ่งผู้นำด้านการเงินและการพัฒนาจาก 188 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเพื่อปรึกษาความต้องการที่สำคัญในการลงทุนในวัยรุ่น

The Lancet เป็นนิตยสารการแพทย์ทั่วไปนานาชาติอิสระที่มีจุดมุ่งหมายในการทำให้วิทยาศาสตร์ได้รับการเข้าถึงอย่างทั่วถึงเพื่อให้การแพทย์สามารถให้บริการและเปลี่ยนแปลงสังคมและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของประชาชน

Photo: Youths of Rocket and Space group in Kathmandu brainstorm on how to make their presentations on Sexual and Reproductive Rights more effective. Credit: Stella Paul | IDN-INPS

โดย Stella Paul

กาฐมาณฑุ (IDN) – Pabitra Bhattarai อายุ 21 ปี เป็นหญิงสาววัยรุ่นที่มีเสียงอ่อนหวานและรอยยิ้มที่เพียบพร้อม แต่ลองถามเธอเกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพทางเพศ แล้วความอายเหล่านั้นจะหายไปในทันทีเมื่อเธอพูดอย่างมีอารมณ์ถึงการที่เยาวชนในประเทศของเธอต้องมีสิทธิ์เข้าถึงบริการดังกล่าว

“ประเทศของเราพึ่งพาบุคคลวัยรุ่น ดังนั้น เราไม่สามารถรับความเสี่ยงให้ประเทศเต็มไปด้วยวัยรุ่นที่มีเชื้อ HIV ได้ เราจำเป็นต้องมีการเข้าถึงอย่างเต็มรูปแบบต่อบริการด้านสุขภาพทางเพศและการสืบพันธุ์ (SRHR)” เธอกล่าวและฟังดูมีวุฒิภาวะมากกว่าอายุของเธออย่างมากในทันที

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้วาทศิลป์อย่างเดียวนั้นไม่ใช่สิ่งที่ระบุตัวตนของ Bhattarai ผู้ซึ่งได้ให้คำปรึกษาและทำให้เยาวชนหลายร้อยคน – ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษา – ตระหนักถึง SRHR “ฉันได้ไปเยี่ยมโรงเรียนมากกว่า 20 แห่งในบัคตาปูร์ กีรติปูร์และลลิตปูร์” เธอกล่าว

Photo: Roundtable. Credit: Nobuyuki Asai | SGI

โดย Jaya Ramachandran

เจนีวา (IDN) – ตัวแทนขององค์กรที่มีรากฐานทางความศรัทธา (FBO) ตัวแทนจากสหประชาชาติ NGO และสถาบันการศึกษาได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำให้ชุมชนทางศรัทธาในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการลดความเสี่ยงของภัยพิบัติ โดยรับฟังและพิจารณาถึงความคิดเห็นต่อผู้หญิงที่มักได้รับผลกระทบอันเลวร้ายที่สุดเป็นพิเศษ

การอภิปรายแบบโต๊ะกลมก่อนหน้าวันลดภัยพิบัติทางธรรมชาติระหว่างประเทศในวันที่ 13 ตุลาคมยังได้ร้องขอต่อการสนับสนุนต่อชุมชนทางศรัทธาในท้องถิ่นด้วยการจัดกิจกรรมลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR) และเพิ่มการสนับสนุนของ FBO โดย ‘การใช้’ ทุนทางจิตวิญญาณของพวกเขา

Photo: Artificial limbs at the UXO Information Centre In Vientiane made in Laos for people whose limbs were blown off by the Unexploded American bombs. Credit: Kalinga Seneviratne | IDN-IPS

โดย Kalinga Seneviratne

เวียงจันทน์ (IDN) - การเยี่ยมเยียนของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามาในต้นเดือนกันยายนช่วยเน้นความใส่ใจต่อหนึ่งในอาชญากรรมสงครามที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ การทิ้งระเบิดประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เล็ก ๆ ที่ไร้ซึ่งทางออกสู่ทะเลในระหว่างสงครามอินโดจีนในปี 1960 และ 1970 รวมทั้งประชากรขนาดใหญ่และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาของตน

ชาวลาวใช้ประโยชน์จากการเยี่ยมเยียนของทั้ง โอบามาและเลขาธิการสหประชาชาติ พันกีมุน สำหรับการประชุมสุดยอด อาเซียน (ASEAN) และ เอเชียตะวันออก (East Asia) เพื่อเริ่มดำเนินการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 18 ประการของตนเองเพื่อลดผลกระทบของสรรพาวุธที่ยังไม่ระเบิด (UXO) ในการพัฒนาและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

Page 1 of 2

Newsletter

Donate

We are a close partner of the Global Cooperation Council and request your support for continuing to raise international understanding with a view to eradicating poverty and inequality, halting environmental degradation, and fostering prosperity, and peace and justice.



Striving

Striving for People Planet and Peace 2018

Mapting

MAPTING

Fostering Global Citizenship

Partners

 


Please publish modules in offcanvas position.